Home > iT > รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม-โทรฟรี โทรถูก โทรต่างประเทศ โทรผ่านอินเตอร์เน็ต โทรไม่อั้น โทรประหยัด VOIP Skype ต้องที่นี่

รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม-โทรฟรี โทรถูก โทรต่างประเทศ โทรผ่านอินเตอร์เน็ต โทรไม่อั้น โทรประหยัด VOIP Skype ต้องที่นี่

รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม-โทรฟรี โทรถูก โทรต่างประเทศ โทรผ่านอินเตอร์เน็ต โทรไม่อั้น โทรประหยัด VOIP Skype ต้องที่นี่
นับตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ คิดค้นโทรศัพท์ให้มนุษย์ชาติได้พูดคุยกันในระยะไกล ด้วยการเปลี่ยนเสียงมนุษย์เป็นคลื่นไฟฟ้าขนาดเล็กกระเพื่อมผ่านเส้นลวดไป ที่เรียกกันเข้าใจง่ายว่าสัญญาณ Analog และได้วิวัฒนาการมากมายหลายระบบในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน เช่น จากระบบ Cross Bar มาเป็น SPC แบบดิจิทัลในปัจจุบัน

โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานหรือที่เรียกกันในวงการโทรคมทั่วโลกว่า Fixed Line Telephone และถือว่าเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมหลักชนิดหนึ่งในโลกปัจจุบันทีเดียว 

แต่ปัจจุบันหลังจากการแพร่กระจายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมการประยุกต์ใช้งาน (Software and Applications) อย่างมากมาย ซึ่งรวมถึงโปรแกรมประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาจนเกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงใน วงการโทรคมนาคมในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย นั่นคือการใส่ Feature การสนทนาเสียงผ่านโปรแกรม Chat ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือหลายคนอาจจะเห็นภาพง่ายขึ้นโดยเฉพาะหมู่วัยรุ่นที่เล่น เอ็มเอสเอ็น ใช้ลำโพงและไมโครโฟน สนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต

การสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตมีหลากหลายวิธี และการสนทนาเสียงได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วจนเกิดมีการพัฒนา โปรแกรมการสนทนาเสียงโดยเฉพาะมากมาย ส่วนมากให้ดาวน์โหลดฟรีใช้ฟรีด้วยซ้ำ เพื่อการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตเพียงแต่คอมพิวเตอร์ที่สนทนานั้นต้องมีการติด ตั้งโปรแกรมทั้งสองฝ่าย

จากความนิยมในการการสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตท่วมท้น ถึงแม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ก็ได้รับคุณภาพเสียงจากการสนทนาที่ไม่น่าพอใจนัก จึงเกิดความพยายามมากมายในการพัฒนาระบบการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตให้มีคุณภาพ เสียงให้สูงเพียงพอที่จะยอมรับได้ จึงเกิดเทคโนโลยี วีโอไอพี (VoIP) ขึ้น VoIP ย่อมาจาก Voice over Internet Protocol หรือชื่อเรียกเทคโนโลยีนี้อื่นเช่น IP Telephony, Internet telephony, หรือ Digital Phone ล้วนเป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็คเก็ตวิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการ สื่อสารข้อมูลทั่วไปแทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบ ดั้งเดิม เปรียบได้กับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่ของถนน แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด และเกิดทางเลือกให้ผู้ใช้ วีโอไอพี ทั้งของฟรีและเสียสตางค์ ข้อดีของ วีโอไอพี ก็คือการสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก

เทคโนโลยี VoIP เริ่มต้นจากการใช้โปรแกรมที่ต้องติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่คอมพิวเตอร์ที่จะติดต่อกันนั้นต้องมีการกำหนดเลขหมายเสมือน (Virtual Address) ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้ “โทร” ติดต่อหากันได้ โดยการสนทนาพูดคุยผ่านไมโครโฟนและลำโพงของเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นคือ VoIP ในยุคแรก

แน่นอนการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแบบแพ็กเกต (Packet) รวมถึงการทำสัญญาณเสียงมนุษย์ให้เป็นชุดข้อมูลแบบแพ็คเก็ต หรือ “ก้อนข้อมูล IP” เพื่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้มีทิศทางการเดินทางที่ไม่เป็นระเบียบ ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้ จะถูกแบ่งกระจายออกเป็นก้อนข้อมูล IP เล็ก ๆ และถูกส่งออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง ก้อนข้อมูลแต่ละก้อนอาจจะแยกกันเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางผ่านเส้นทางการ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอันกว้างใหญ่จนไปถึงปลาย ทาง ความพยายามที่จะหาทางวางมาตรการในการควบคุม “ความเร็ว” ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลดิจิตอลที่ถูกแปลงมาจากเสียงพูด (Voice) จากต้นทางไปปลายทาง ในเวลาที่ “พอดี” และ “เหมาะสม” ที่จะคืนสภาพเสียงพูดโดยไม่เกิดความหน่วงและผิดพลาด จึงทำให้ต้องมีการคิดค้นโปรโตคอล (Protocol) และกำหนดมาตรฐานในการรักษาคุณภาพเสียง (Quality of Service) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และนี่คือที่มาของเทคโนโลยี Voice over IP
การ สนทนาเสียงระหว่างผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์แบบ IP ที่มิได้อาศัยเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โดยต้องเรียกหากันด้วยเลขหมายพิเศษ เช่น ENUM (E-Numbering) ซึ่งมิได้เป็นมาตรฐานเดียวกับระบบเลขหมายโทรศัพท์บ้านหรือมือถือที่ใช้กัน ทั่วโลก แต่เป็นการกำหนดเลขหมายที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต และการจะใช้โทรศัพท์หรือแอปพลิเคชั่น VoIP บนคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะต้องกระทำผ่านอุปกรณ์ VoIP Gateway

อาจทำให้ผู้อ่านมองว่าเทคโนโลยี VoIP เป็นเสมือนแอปพลิเคชั่น (Application) ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันได้มีความพยายามยกฐานะของ VoIP เป็นทางเลือกสำหรับการใช้งานโทรศัพท์ในอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าการใช้เครือ ข่ายโทรศัพท์แบบมาตรฐาน หรือบางระบบสามารถทำให้โทรหากันได้ฟรีและเมื่อเกิดกระแสการตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในสังโลกมีมากขึ้น ยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจคอมพิวเตอร์เริ่มเห็นแววเจิดจรัสทางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัท Cisco ก็ก้าวเข้ามาจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง พร้อมผลักดันให้มีการให้บริการ VoIP กันอย่างจริงจัง รวมถึงความพยายามผลักดันการใช้เครือข่ายโทรศัพท์ที่มีมาแต่เดิม ให้เปลี่ยนมาเป็นการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง เริ่มก้าวเข้ามาหยิบจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง และแน่นอนได้มีการพัฒนาโทรศัพท์ VoIP เป็นเครื่องโทรศัพท์บ้านโดยไม่ต้องต่อผ่านคอมพิวเตอร์อีกด้วย โดยเสียบเข้าสาย LAN แทนสายโทรศัพท์แบบเดิมซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมเทคโนโลยีการสนทนาของมนุษย์ใน เร็ววันนี้

ส่วนสถานการณ์การตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทย มีมาพร้อมๆ กับการเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวในระดับโลก ด้วยการที่ บมจ. ทีโอที (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในขณะนั้น) เปิดให้บริการโทรศัพท์ราคาประหยัดผ่านเครือข่าย VoIP แทนที่จะใช้เครือข่ายโทรคมนาคมที่มีพื้นฐานข้อมูลแบบ PCM ซึ่งมีต้นทุนในการลงทุนและบำรุงรักษาแพงกว่าการใช้เครือข่าย IP ทำให้ บมจ. ทีโอที สามารถเปิดให้บริการ “Y-tel 1234” ที่คิดค่าบริการโทรทางไกลภายในประเทศในอัตราที่ต่ำกว่าใช้โทรศัพท์ตามปกติ เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคมรายอื่นในประเทศ โดยเฉพาะค่าย TRUE หันมาให้ความสนใจลงทุนเพื่อเปิดให้บริการ VoIP บ้าง และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทยอย่างจริงจัง

สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เทคโนโลยี VoIP เริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย นั่นคือการอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการ VOIP ของ กทช. ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการโทรศัพท์ที่มีราคาถูกมากๆ ยกเลิกการผูกขาดบริการโทรศัพท์แบบเดิมที่มีราคาแพงและมีการกำหนดมาตรฐาน ประกันคุณภาพขั้นต่ำเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน

จากความพยายามของบรรดาบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารทั่วโลก ที่เข้าใจปัญหาของ VoIP ในเรื่องคุณภาพของเสียงที่ขึ้นอยู่กับสภาพของเครือข่าย รวมถึงข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ VoIP เข้ากับระบบโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ แรงผลักดันจากผู้ผลิตเทคโนโลยีที่ชูประเด็นความได้เปรียบของเทคโนโลยี VoIP ในเรื่องของต้นทุนที่ประหยัดกว่าในการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม แบบเดิมและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประชาชน ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี VoIP จากวงการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวงการโทรคมนาคม

และสิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการผลักดันให้ มีการเปิดให้บริการอุปกรณ์ SIP (Session Initiate Protocol) Server ขึ้นทั่วโลก โดย SIP Server ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการหาเส้นทางในการลำเลียงก้อน ข้อมูล VoIP จากเครื่องโทรศัพท์ VoIP เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง ผ่านเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนที่จะปล่อยให้ก้อนข้อมูลเสียงแบบ VoIP เคลื่อนที่ไปโดยยถากรรม จะทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่สนทนาที่ใช้ โทรศัพท์แบบ VoIP หรือโปรแกรม VoIP บนเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความพึงพอใจในการใช้บริการมากกว่าบริการ VoIP แบบเดิมๆ ที่เป็นอยู่ 

ในความเป็นจริงแล้ว เราจะพบเห็นการจัดตั้ง SIP Server กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยบรรดา SIP Server เหล่านี้จะติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนปรับปรุงฐานข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ VoIP ซึ่งในที่ปัจจุบันมีการเรียกชื่อใหม่ว่า SIP Phone เพื่อให้สามารถติดต่อข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ SIP Phone ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งในที่นี้ใช้มาตรฐานเลขหมาย ENUM ได้ จะได้หาเส้นทางการลำเลียงก้อนข้อมูล VoIP ไปยังโทรศัพท์ SIP Phone ปลายทางได้อย่างถูกต้อง

แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ สำหรับโลกของ SIP Phone ซึ่งเป็นพัฒนาขั้นที่สองของ VoIP จะกลายเป็นโลกของการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีพรมแดนมาขวาง กั้น ไม่มีเส้นแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ เพื่อจำกัดพื้นที่การใช้งาน และกำหนดอัตราการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการโทรในพื้นที่เดียวกัน การโทรทางไกลในประเทศ หรือการโทรศัพท์ระหว่างประเทศอีก เนื่องจากโทรศัพท์ SIP Phone ทั้งหมดเชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านทางคู่สาย ADSL เข้าสู่เกตเวย์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider) ในท้องถิ่นก็ดี หรือจะเป็นการใช้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากองค์กร สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ตสาธารณะก็ตาม ผู้ใช้งานทุกคนมีอิสระเสรีที่จะกำหนดให้โทรศัพท์ SIP Phone หรือแม้กระทั่งการใช้แอปพลิเคชั่น SIP Phone ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับ SIP Server ตัวใดๆ ในโลกก็ได้ ไม่จำเป็นผู้ที่ซื้อ SIP Phone ไว้ใช้งานในประเทศฮ่องกงจะต้องรับบริการหาเส้นทางและรับประกันคุณภาพการโทร จาก SIP Server ในประเทศฮ่องกงเอง บางคนอาจเลือกใช้ SIP Server ที่อยู่ในออสเตรเลีย ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจใช้ SIP Server ในสหรัฐอเมริกาก็ได้

การใช้บริการ SIP Phone นั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมหรือจัดการของผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคม หรือแม้กระทั่งผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของนานาประเทศ ทั้งนี้เพราะ SIP Phone ก็คือบริการอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนๆ กับการแพร่ระบาดของเทคโนโลยี Instant ต่าง ๆ เช่น ICQ, Web Board หรือการรับชมภาพยนตร์แบบ Streaming ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีสิทธิ์จะติดต่อผ่านทางเว็บไซด์ที่ให้บริการได้ โดยไม่ต้องขอคำอนุญาตจากใคร หากจะมีการจำกัดควบคุมสิทธิ โดยแลกกับค่าสมาชิกก็จะเป็นเรื่องของผู้ให้บริการเว็บไซด์เหล่านั้น มิใช่หน้าที่ของผู้ให้บริการ ISP หรือผู้กำกับดูแลใดๆ ทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะโทรติดต่อกันเองภายในกลุ่มผู้ใช้บริการ SIP Phone แล้ว ผู้ประกอบการ SIP Server บางรายก็อาจลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ VoIP Gateway เพิ่มเติม โดยมีการตกลงกันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ภายในประเทศของตนหรืออาจจะเป็น ประเทศใดๆ ก็ได้ ในการที่จะขอส่งสัญญาณเสียงสนทนาที่เคยอยู่ในรูปของก้อนข้อมูล IP ในโลกของ SIP Phone บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แปลงกลับเป็นสัญญาณเสียงแบบ PCM เพื่อส่งไปยังโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งการเชื่อมอุปกรณ์ VoIP Gateway นั้นจะเชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์รายใดก็ได้ ขอให้เพียงให้เชื่อมได้ เท่านี้ก็จะสามารถใช้ความสามารถของเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ๆ นำพาเสียงพูดสนทนาไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ปลายทางได้ โดยอาศัยกลไกการทำงานปกติของระบบโทรศัพท์ทั่วไป แน่นอนว่าบริการในลักษณะนี้มักได้รับการกำหนดเป็น “บริการเสริมพิเศษ” ที่เจ้าของ SIP Server นั้น ๆ มีสิทธิ์คิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการ SIP Phone ซึ่งเชื่อได้ว่าเมื่อเทียบมูลค่ากับอัตราค่าบริการโทรศัพท์ต่างประเทศผ่าน เครือข่ายโทรศัพท์ตามปกติแล้ว ย่อมต้องถูกกว่ามากๆ เช่น เจ้าของ SIP Server คิดค่าบริการ 1 เหรียญสหรัฐต่อเดือน จะโทรไปหา SIP Phone เบอร์ใดก็ได้ และหากต้องการใช้ SIP Phone ของตนเองโทรหาโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ประกอบการ SIP Server ก็อาจจะมีแพ็กเกจการให้บริการโทรเข้าสู่เครือข่ายโทรศัพท์ โดยคิดค่าบริการสำหรับการใช้ VoIP Gateway ของเขา อาจเป็นการคิดเหมาจ่ายรายเดือน หรือมิฉะนั้นก็กำหนดอัตราการโทรให้ชัดเจนสำหรับคิดเงินตามการใช้งานแต่ละ ครั้ง เช่น โทรจาก SIP Phone ไปเลขหมายโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา คิดนาทีละ 25 สตางค์ หรือโทรไปเชียงใหม่ คิดนาที 2 สตางค์ เป็นต้น

บริการ VoIP ที่ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็น SIP Phone นั้น กำลังแย่งชิงกลุ่มลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อน ที่ แม้จะยังไม่มีเรื่องของ VoIP Gateway เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การใช้ SIP Phone โทรหากันเองได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการ หรือจ่ายแต่เพียงน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้บริการโทรศัพท์ ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่ง “ลด” ปริมาณการใช้โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปพอสมควร ยิ่งเมื่อมีบริการเสริมแบบ VoIP Gateway ที่ผู้ประกอบการ SIP Server อาจจับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่าย โทรคมนาคมแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก เช่น AT&T จากสหรัฐอเมริกา, Telstar จากออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งมีต้นทุนค่ารับส่งสัญญาณเสียงสนทนา (โดยทั่วไปเรียกว่า traffic) ถูกมากๆ อยู่แล้ว ก็จะทำให้ผู้ให้บริการ SIP Server กำหนดราคาค่าโทรไปยังเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานได้ในราคาที่ถูกกว่าการใช้ โทรศัพท์พื้นฐานโทรระหว่างประเทศเสียอีก

จุดด้อยของวีโอไอพีก็คือ ในบางกรณีคุณภาพเสียงอาจจะไม่ดีเท่าโทรศัพท์ปกติ และอาจจะมีการดีเลย์หรือการที่สัญญาณเสียงเดินทางมาช้า ทำให้พูดสวนกันไม่ได้ถนัด ต้องรอให้แต่ละฝ่ายพูดให้จบก่อนจึงจะพูดได้ แต่ปัญหานี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนแทบจะไม่มีความแตกต่าง อีกต่อไป ข้อเสียอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ โทรศัพท์วีโอไอพี จะใช้งานไม่ได้เมื่อไฟฟ้าดับ หรืออินเทอร์เน็ตเกิดขัดข้อง
นอกจากนั้น ถ้าโครงข่ายไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ มีการขยายครอบคลุมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ ที่สามารถใช้วีโอไอพีได้ จะมีความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาโครงข่ายและการนำบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน เข้าสู่ท้องถิ่นทุรกันดาร (Last mile Connection) เพื่อเปิดโอกาสประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารเข้าถึงบริการโทรคมนาคมและสนับ สนุนการพัฒนาบ้านเมืองในทุกด้านต่อไป 

ที่มา ผู้จัดการ online

Categories: iT
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: