การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง

March 15, 2011 Leave a comment


การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง

การเลี้ยงมดแดงเพิ่มรายได้
 การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง  การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง  การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง
มดแดงอาจจะเป็นศัตรูกับมนุษย์ในอดีตแต่ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากตลาดมีความต้องการไข่มดแดงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีราคาค่อนข้าง สูง วิธีการเลี้ยงมดแดงดูเหมือนไม่ยุ่งยากเพียงแต่คอยให้อาหารและน้ำก็พอ แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วยังมีขั้นตอนต่าง ๆ ีกหลายประการที่ผู้เลี้ยงมดแดงจะต้องทำความเข้าใจ จึงจะสามารถทำให้การเลี้ยงประสบความสำเร็จได้

ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงมดแดง
1.กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะลี้ยงมดแดงให้หมดก่อนเลี้ยง โดยใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่ีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2.นำขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่งขวดตอกด้วยตะปูติดไว้กับต้นมะม่วง 2 ชุด โดยชุดแรกสำหรับให้อาหารและชุดที่2 ใส่น้ำเพียงครึ่งหนึ่งสำหรับให้มดแดงกิน ให้สูงจากพื้นดินประมาณ 1. เมตร เพื่อป้องกันสัตว์ชนิดอื่นไปกิน
3.ให้อาหารมด เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา โครงไก่ แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ
4.ในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่ เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง
5.ต้นไม้ที่มดแดงชอบสร้างรัง เช่น ต้นมะม่วง ต้นสะเดา ต้นไทร ต้นโพธิ์ และต้นขี้เหล็ก เป็นต้น ควรเลือกต้นมะม่วงจะเหมาะที่สุด เพราะใบใหญ่และใบเหลืองช้า ถ้าหากเลือกต้นไม้ที่ผลัดใบง่าย เมื่อใบเหลืองมดแดงจะทิ้งรังทันที
6.ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง หรือเลี้ยงมดแดงไว้หลายต้น โดยใช้เชือกมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งและจากอีกต้นหนึ่งไปยังอีก ต้นหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
มดแดงเป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันสร้างรังเลี้ยงดูตัวอ่อนให้เติบโตเป็นสมาชิกใหม่ การใช้เชือกผูกไว้ที่ต้นมะม่วงทุกต้นเพื่อที่จะให้มดแดงไปมาหาสู่ได้สะดวก และเป็นการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน
7.ในแต่ละต้นจะมีมดแดงทำรังอย่างน้อย 10-15 รังโดยแต่ละรังจะมีขนาดใหญ่ถึง 1 ฟุตและสามารถผลิตไข่ได้ถึง 4-5 ขีดในช่วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายนของทุกปี
ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง
-มดแดง เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทาง ช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่น เพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว
-มดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทาง ธรรมชาติ ทำให้ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม
-มดแดงใช้เป็นอาหารได้จากไข่และตัวมดแดง โดยทั่วไป มดแดงมีกรดมดให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาว หรือน้ำสมสายชูได้
-ใช้สูดดมแก้เป็นลม แก้หวัด หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะ ใช้ลบรอยไฝ โดยใช้ตัวมดแดงกัดตรงไฝให้มดแดงเยี่ยวใส่ ไฝจะบวมและเปื่อยละลายหลุดไปด้วยฤทธิ์ของกรดมดแดง
-ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน เช่น ก้อย ยำไข่มดแดง ไข่เจียวใส่ แกงขี้เหล็กใส่ เป็นต้น ไข่มดแดงนั้นชาวอีสานชอบกันมาก ส่วนราคาซื้อขายนับว่าค่อนข้างแพง สามารถนำไปจำหน่ายได้ในราคาขีดละ 20 บาทหรือกิโลกรัมละ 200 บาทโดยที่มะม่วงแต่ละต้นจะให้ผลผลิตจากไข่มดแดงได้ถึง 4-7 กิโลกรัม
เทคนิคการเลี้ยงมดแดงให้ได้ไข่มากและมีขนาดใหญ่
วัสดุ/อุปกรณ์
1.ขวดพลาสติก
2. + น้ำตาลทราย
3.
ขั้นตอนและวิธีการเลี้ยง :
มดทุกชนิดก็ยังนิยมชมชอบความหวานเสมอ นำน้ำผสมกับน้ำตาลทราย คนให้ละลาย ใส่ไว้ในขวดที่ใช้สำหรับให้น้ำ เป็นเทคนิคการล่อให้มดลงมากินน้ำ และเศษอาหารได้ง่าย
ประโยชน์ที่ได้รับ :
จะได้ไข่มดแดงที่มีขนาดใหญ่ และมากกว่าตามธรรมชาติจึงทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้น

ทีมา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี ( idf 1651 )



Blogged with the Flock Browser

ย้อนรำลึก…พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯสนทนาธรรมกับหลวงตามหาบัว

March 12, 2011 Leave a comment

ย้อนรำลึก…พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯสนทนาธรรมกับหลวงตามหาบัว




ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย…ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       ในหนังสือหลวงตามหาบัว มหัศจรรย์มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ กล่าวไว้ว่า ในตอนเช้าของวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้สั่งกำชับพระเณรในวัดว่า
       
        “วันนี้ จะมีบุคคลสำคัญเข้ามา พวกท่านทั้งหลายจงพากันทำความสะอาดวัดวาอาวาสให้เรียบร้อย อย่าให้บกพร่อง” 
       
       พระทั้งหลายเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ต่างก็ทำข้อวัตรปฏิบัติไปตามปกติ ทั้งๆที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมานมัสการหลวงตามหาบัวฯ
       
       เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จไปที่วัดป่าบ้านตาด เพื่อกราบนมัสการองค์หลวงตาโดยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นการส่วนพระองค์ โดยไม่มีทหารคนใดได้ล่วงรู้เรื่องนี้มาก่อน ทหารทั้งหลายต่างสืบข่าวเป็นการโกลาหลว่า เมื่อเวลาบ่ายโมงพระองค์ท่านทรงขับรถออกจากพระตำหนัก ไม่รู้ว่าเสด็จพระราชดำเนินไป ณ ที่ใด
       
       หลวงตาจึงให้โอวาทว่า “มหาบพิตร! พระองค์เป็นถึงพระเจ้าอยู่หัว เป็นเจ้าชีวิตของชนทั้งชาติ หากพระองค์เสด็จมาโดยลำพัง มีอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น จะเป็นความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง ถ้าพระองค์เป็นอะไรขึ้นมา คนทั้งชาติจะไม่เหยียบหลวงตาบัวมิดแผ่นดินหรือ?”
       
       “กลัวจะเป็นการรบกวนองค์หลวงตา” 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสพร้อมพนมพระหัตถ์ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส
       
        “รบกวน ไม่รบกวนจะเป็นอะไร แผ่นดินนี้เป็นของพระองค์ พระองค์พึงมาได้ทุกเมื่อ” 
       
       ทรงถวายผ้าห่มและไทยทานอื่นๆ มากมาย พร้อมกับปัจจัย 3 หมื่นบาท โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนได้ถวายธรรมะหลายประการ
       
       7 มกราคม 2531 เป็นปีเฉลิมราชย์รัชมังคลาภิเษกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์มากกว่ากษัตริย์ใดในประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้เสด็จไปนิมนต์หลวงตาให้ร่วมงานบำเพ็ญพระราชกุศลในงานพระราชพิธีสมโภชสิริราชสมบัติ รัชมังคลาภิเษก ด้วยพระองค์เอง ซึ่งปกติหลวงตาท่านไม่ค่อยได้ไปไหน
       
       พอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกราบหลวงตาเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ถวายคำถามแรก (พระเจ้าอยู่หัวเรียกหลวงตาว่า “หลวงปู่” )
       
       “หลวงปู่… สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร”
       
       หลวงตาตอบว่า… “พุทธภูมิ ก็เหมือน ดั่งเรานั่งรถไฟนั่งรถไฟไปเชียงใหม่หรือนั่งรถไฟไปอุดรนั่นแหละพุทธภูมิแต่ถ้าเรานั่งจักรยานมาหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่นแหละ สาวกภูมิเพราะฉะนั้นการเป็นพุทธภูมิก็คือการนำคนไปได้เยอะ ๆ ส่วนสาวกภูมินั้นนำไปได้น้อยๆไม่ได้มากนัก อย่างเก่งก็ 1 คน หรือ 3-4 คน ก็ว่ากันไป นั่นคือสาวกภูมิเข้าใจไหมล่ะพ่อหลวง”
       
       พระเจ้าอยู่หัวฯทรงตอบหลวงตาว่า “เข้าใจแล้วหลวงปู่ แล้วนิพพานเป็นอย่างไรนะหลวงปู่”
       
       หลวงตาตอบ :”อ้อ พ่อหลวงเหมือนพ่อหลวงมาวัดป่าบ้านตาดนี่แหละรู้ไหมว่าวัดป่าบ้านตาดอยู่ตรงไหน อยุ่บนกุฏินี่เหรอ วัดป่าบ้านตาดอยู่ไหนล่ะแต่พอพระมหากษัตริย์มาถึงนี่แล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดคือวัดป่าบ้านตาดนี้แหละแต่จะชี้ลงไปว่าที่กุฏิอาตมาก็ไม่ใช่ ที่กุฏิพระก็ไม่ใช่ ที่ศาลาก็ไม่ใช่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เมื่อรวมกันทั้งหมดในกำแพงวัดนี้นี่แหละคือวัดป่าบ้านตาดนี่แหละพระนิพพานก็มีความหมายแบบเดียวกัน”

       
       เมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯ ขอบารมีหลวงตาช่วยต่ออายุให้แม่หลวง (คือสมเด็จย่า)ตอนนั้นสมเด็จย่าทรงประชวรอยู่
       
       หลวงตาท่านก็ตอบปฏิเสธเลยว่า… “พ่อหลวงนั่นแหละก็จัดการเองได้ขอเองได้” ท่านว่างั้นนะ…”พ่อหลวงก็สามารถจัดการได้เอง”ท่านบอกไปเลยนะว่า…ให้พระเจ้าอยู่หัวขอเองจัดการเองจัดการเองอาตมาต่อให้ไม่ได้หรอก
       
       พระเจ้าอยู่หัวฯได้กราบลาว่า “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว จะกลับแล้วท่านหลวงปู่มีอะไรจะบอกไหม”
       
       หลวงตาท่านได้เทศน์สั้น ๆ ว่า:
       
       “การเป็นพุทธภูมิสร้างบารมีเพื่อความเป็นพุทธะ พอจบพุทธภูมิได้ก็เป็นพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้าก็มีพุทธกิจ 5 คือ ตอนเช้าบิณฑบาต ตอนบ่ายสอนคหบดีมนุษย์ทั่วไปตกเย็นสอนนักบวช สมณะชีพราหมณ์ ตอนกลางคืนแก้ปัญหาเทวดาพอมาตอนเช้ามืดเล็งญาณดูสัตว์โลก สัตว์โลกตัวไหนมีกิเลสเบาบางพอที่จะบรรลุธรรมได้ท่านก็จะเล็งญาณดูรีบไปโปรดก่อน พระพุทธเจ้าสร้างบารมีพุทธภูมิจนได้เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านก็มีพระพุทธกิจ 5 อย่างนี้ แต่…ไม่รู้ว่าพ่อหลวงแม่หลวงของประเทศไทยปรารถนาอะไรทำงานกันจนไม่มีเวลาจะพักผ่อน..เอาล่ะ ๆ …อาตมาจะให้พร”
       
       สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงงานอย่างหนักดังที่หลวงตาได้เทศน์นั้น หลวงตามหาบัวได้เคยแสดงธรรมเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ความตอนหนึ่งว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่พึ่งอันเอกอุ ดังพระธรรมเทศนาในวันที่ 31 มกราคม 2544 มีใจความว่า
       
       “ประเทศไทยของเรานี้ มีทั้งพระพุทธศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ รวมแล้วเป็นศาสนาเอกในโลก เราก็ได้ระลึกเป็นขวัญตาขวัญใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดวงศ์กษัตริย์ทุกๆ พระองค์ ก็เป็นเหมือนมหาพรหม ร่มโพธิ์ร่มไทรอันใหญ่หลวง แห่งประเทศไทยของเรา ซึ่งป็นของเคียงคู่กันเป็นเวลานาน
       
       มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ หนึ่ง มีพระมหากษัตริย์ประทานความร่มเย็นให้แก่ไพร่ฟ้าประชาชีทั้งหลายตลอดมา หนึ่ง นี่เรียกว่าพี่น้องชาวไทยเราได้ที่พึ่งอันเอกอุ จึงขอให้ได้มีความเคารพนับถือบูชาทั้งฝ่ายศาสนธรรม ทั้งฝ่ายองค์กษัตริย์ท่าน ให้มีความเคารพเป็นคู่เคียงกัน จะเป็นสิริมงคลแก่พี่น้องชาวไทยเราตลอดไป…
       
       นี่มีตั้งแต่ความร่มเย็นเป็นสุขอันยิ่งใหญ่ นับแต่พระพุทธศาสนาลงมาถึงวงศ์กษัตริย์ของเรา ล้วนตั้งแต่น้ำอันเย็นฉ่ำที่สำหรับชะล้างจิตใจของเราที่แข็งกระด้างกระเดื่องไปด้วยบาปด้วยกรรม ให้มีความอ่อนโยนนิ่มนวล เคารพนบน้อม กราบไหว้ท่านผู้เลิศเลอคือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และองค์พระมหากษัตริย์ ตลอดวงศ์สกุลกษัตริย์เรื่อยมา
       
       อย่างนี้เรียกว่า พวกเราทั้งหลายมีที่อบอุ่น ถ้าต้นไม้ก็เป็นต้นไม้ที่มีใบหนาให้ความร่มเย็นแก่เราทั้งหลาย เวลาเดือดร้อนวิ่งเข้าร่มไม้ก็ชุ่มเย็นเป็นสุข นี่เวลาคิดถึงที่พึ่งที่เกาะ มุ่งคิดไปทางศาสนาก็คือ ธรรม คิดมาทางบ้านเมืองก็คือ วงศ์กษัตริย์ ล้วนแล้วตั้งแต่ให้ความร่มเย็นแก่พี่น้องทั้งหลายเราเป็นลำดับมาอย่างนั้น
       
       จึงขอให้พี่น้องทั้งหลาย ได้ระลึกธรรมทั้งสองประเภท คือ วงศ์กษัตริย์ หนึ่ง พระพุทธศาสนา หนึ่ง ให้เข้าครองภายในจิตใจ จะเป็นเหมือนว่าเรามีพ่อมีแม่ ไปที่ไหนอบอุ่น ผิดกับลูกกำพร้าเป็นไหนๆ …
       
       นี่เรามีทั้งเกาะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเรา หมุนไปทางศาสนาก็เป็นธรรมอันเลิศเลอ หมุนไปทางพระมหากษัตริย์ ท่านก็ทรงเลิศเลอด้วยคุณธรรมมาเล้วไม่มีใครเสมอเหมือนแล้วแหละสำหรับเมืองไทยเรา ในการที่ทรงสนใจต่อพระพุทธศาสนา พระองค์มอบทุกสิ่งทุกอย่างกับพระพุทธศาสนา เป็นต้นมา จึงเรียกว่าเป็นน้ำอันเย็นฉ่ำแก่พี่น้องชาวไทยเรา ขอให้ยึดหลักทั้งสองประเภทที่เลิศเลอนี้ไว้ เป็นขวัญตาขวัญใจของเรา”
       
       ธรรมะของหลวงตามหาบัวยังคงดำรงในสัจธรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลงว่า สถาบันชาติดำรงความเข้มแข็งมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะมีศาสนาที่มีธรรมอันเลอเลิศ และพระมหากษัตริย์ที่ทรงเลอเลิศด้วยคุณธรรมอย่างที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
       
       พสกนิกรชาวไทยจึงถือว่าโชคดีมีบุญ ที่ได้เกิดมาในแผ่นดินที่มีพระพุทธศาสนา และเกิดมาในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม ได้มีโอกาสความเคารพนับถือและปฏิบัติบูชาทั้งต่อทั้งศาสนธรรมและพระมหากษัตริย์ตามคำสอนของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Blogged with the Flock Browser

ลบรอยเหี่ยวย่น

March 3, 2011 Leave a comment

แตงกวา (Cucumis sativas Linn.)

จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบัน มีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อชวยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ใช้ติดต่อกับเป็นประจำ จะทำให้สวนสดชื่น มีน้ำมีนวล

สรรพคุณ สมานผิว ลบรอยเหี่ยวย่น
ส่วนผสม แตงกวา 1 ผล
  ไข่ขาวจากไข่ไก่ 1 ฟอง
  น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ ปอกเปลือกแตงกวาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่นให้ละเอียด เติมไข่ขาวและน้ำมะนาวปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ครีมพอกหน้าแตงกวา
วิธีใช ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้ครีมแตงกวาพอกให้ทั่วหน้า ยกเว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ 20 นาทีล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะ กับคนผิวมัน สำหรับคนผิวแห้ง ให้นำแตงกวาไปตุ๋นจนเละแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำมาทาหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

คัดลอกมาจาก  http://www.chansawanginterlab.com

 

Blogged with the Flock Browser

4 สูตรหน้าใส ทำได้ด้วยตัวเอง

March 3, 2011 Leave a comment

4 สูตรหน้าใส ทำได้ด้วยตัวเอง

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า 
ต้องล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลยังไม่ปลอกเปลือกสักครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก 

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส 
นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด แล้วก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก 

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน 
เตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก 

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ 
นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย ผสมกับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า แล้วขัด ๆ ถู ๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี

ถ้าใครอยากมีผิวหน้าใส ก็ลองทำตามวิธีที่แนะนำกัน


Blogged with the Flock Browser

Skype 4.2 for Windows & วิธีติดตั้ง

October 16, 2010 Leave a comment
  • Skype 4.2 for Windows

    Windows Skype 4.2 for Windows [ Download ]

    New in this version

    • High Definition (HD) video – call in HD with a plug & play HD webcam
    • Skype Access – access WiFi hotspots the easy way with your Skype Credit.
    • Call transfer – transfer calls to a Skype contact or a mobile or landline.
    • Updated call quality guide with pre-call soundcheck.
    • Bug fixes.


http://callto.callcallcall.net/ ดูเมื่ออยากทราบราคา รายนาที

  • การติด ตั้ง Skype บนคอมพิวเตอร์

    Date: 2010.10.16 | Category: it | Response: 0

    1. ให้ทำการดาวร์โหลดโปรแกรม Skype 4.2 จากทางเว็บ http://www.skype.com
    2. เปิดโปรแกรมขึ้นมาจะพบกับหน้าต่าง ตามรูปนี้
    3. ทำการเลือกภาษา แล้วกด I agree – Install แล้วจะไปหน้าต่างต่อไป
    4. รอให้ระบบทำการติดตั้งให้เสร็จครับ แล้วกด Finish.
    5. ถ้าท่านยังไม่ได้สมัครสมาชิกกับ Skype ให้ทำการสมัครเสียก่อน
    6. ทำการใส่ขอมูลของท่านลงไปให้ครบ ถ้วน แล้วกด OK
    7. ทำการใส่ Username Password เพื่อเข้าสู่โปรแกรม Skype ได้เลยครับ
  • ความ ต้องการขั้นต่ำของระบบในการติดตั้ง

    • Windows XP ขึ้นไป
    • 400 MHz processor CPU
    • RAM 128 MB
    • พื้นที่ว่างใน Harddisk 15 MB
    • การ์ดเสียง, ลำโพง, ไมโครโฟน และ กล้อง Webcam (ในกรณีที่ต้องการติดต่อผ่านระบบ VDO)
    • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ทั้งระบบ dial-up ต่ำสุด 33.6 Kbps, หรือระบบ broadband: cable,DSL, เป็นต้

 

Categories: iT

รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม-โทรฟรี โทรถูก โทรต่างประเทศ โทรผ่านอินเตอร์เน็ต โทรไม่อั้น โทรประหยัด VOIP Skype ต้องที่นี่

October 16, 2010 Leave a comment
รู้จัก VOIP เทคโนโลยีที่จะมาแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิม-โทรฟรี โทรถูก โทรต่างประเทศ โทรผ่านอินเตอร์เน็ต โทรไม่อั้น โทรประหยัด VOIP Skype ต้องที่นี่
นับตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮมเบลล์ คิดค้นโทรศัพท์ให้มนุษย์ชาติได้พูดคุยกันในระยะไกล ด้วยการเปลี่ยนเสียงมนุษย์เป็นคลื่นไฟฟ้าขนาดเล็กกระเพื่อมผ่านเส้นลวดไป ที่เรียกกันเข้าใจง่ายว่าสัญญาณ Analog และได้วิวัฒนาการมากมายหลายระบบในอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน เช่น จากระบบ Cross Bar มาเป็น SPC แบบดิจิทัลในปัจจุบัน

โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานหรือที่เรียกกันในวงการโทรคมทั่วโลกว่า Fixed Line Telephone และถือว่าเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมหลักชนิดหนึ่งในโลกปัจจุบันทีเดียว 

แต่ปัจจุบันหลังจากการแพร่กระจายเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมการประยุกต์ใช้งาน (Software and Applications) อย่างมากมาย ซึ่งรวมถึงโปรแกรมประเภทหนึ่งที่ถูกพัฒนาจนเกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงใน วงการโทรคมนาคมในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย นั่นคือการใส่ Feature การสนทนาเสียงผ่านโปรแกรม Chat ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือหลายคนอาจจะเห็นภาพง่ายขึ้นโดยเฉพาะหมู่วัยรุ่นที่เล่น เอ็มเอสเอ็น ใช้ลำโพงและไมโครโฟน สนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต

การสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตมีหลากหลายวิธี และการสนทนาเสียงได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วจนเกิดมีการพัฒนา โปรแกรมการสนทนาเสียงโดยเฉพาะมากมาย ส่วนมากให้ดาวน์โหลดฟรีใช้ฟรีด้วยซ้ำ เพื่อการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตเพียงแต่คอมพิวเตอร์ที่สนทนานั้นต้องมีการติด ตั้งโปรแกรมทั้งสองฝ่าย

จากความนิยมในการการสนทนาเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตท่วมท้น ถึงแม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ก็ได้รับคุณภาพเสียงจากการสนทนาที่ไม่น่าพอใจนัก จึงเกิดความพยายามมากมายในการพัฒนาระบบการสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตให้มีคุณภาพ เสียงให้สูงเพียงพอที่จะยอมรับได้ จึงเกิดเทคโนโลยี วีโอไอพี (VoIP) ขึ้น VoIP ย่อมาจาก Voice over Internet Protocol หรือชื่อเรียกเทคโนโลยีนี้อื่นเช่น IP Telephony, Internet telephony, หรือ Digital Phone ล้วนเป็นการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล สัญญาณเสียงจะถูกตัดแบ่งเป็นแพ็คเก็ตวิ่งผ่านไปบนโครงข่ายที่ใช้สำหรับการ สื่อสารข้อมูลทั่วไปแทนการใช้วงจรเฉพาะตามวิธีการสื่อสารในระบบโทรศัพท์แบบ ดั้งเดิม เปรียบได้กับการให้รถยนต์วิ่งแทรกกันได้ตามช่องว่างที่มีอยู่ของถนน แทนการให้รถยนต์คันเดียวจองถนนวิ่งแบบผูกขาด และเกิดทางเลือกให้ผู้ใช้ วีโอไอพี ทั้งของฟรีและเสียสตางค์ ข้อดีของ วีโอไอพี ก็คือการสามารถใช้โครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการได้ในอัตราค่าบริการที่ถูกลงมาก

เทคโนโลยี VoIP เริ่มต้นจากการใช้โปรแกรมที่ต้องติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่คอมพิวเตอร์ที่จะติดต่อกันนั้นต้องมีการกำหนดเลขหมายเสมือน (Virtual Address) ให้เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นได้ “โทร” ติดต่อหากันได้ โดยการสนทนาพูดคุยผ่านไมโครโฟนและลำโพงของเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นคือ VoIP ในยุคแรก

แน่นอนการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นแบบแพ็กเกต (Packet) รวมถึงการทำสัญญาณเสียงมนุษย์ให้เป็นชุดข้อมูลแบบแพ็คเก็ต หรือ “ก้อนข้อมูล IP” เพื่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้มีทิศทางการเดินทางที่ไม่เป็นระเบียบ ก้อนข้อมูล IP เหล่านี้ จะถูกแบ่งกระจายออกเป็นก้อนข้อมูล IP เล็ก ๆ และถูกส่งออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง ก้อนข้อมูลแต่ละก้อนอาจจะแยกกันเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางผ่านเส้นทางการ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอันกว้างใหญ่จนไปถึงปลาย ทาง ความพยายามที่จะหาทางวางมาตรการในการควบคุม “ความเร็ว” ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลดิจิตอลที่ถูกแปลงมาจากเสียงพูด (Voice) จากต้นทางไปปลายทาง ในเวลาที่ “พอดี” และ “เหมาะสม” ที่จะคืนสภาพเสียงพูดโดยไม่เกิดความหน่วงและผิดพลาด จึงทำให้ต้องมีการคิดค้นโปรโตคอล (Protocol) และกำหนดมาตรฐานในการรักษาคุณภาพเสียง (Quality of Service) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และนี่คือที่มาของเทคโนโลยี Voice over IP
การ สนทนาเสียงระหว่างผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์แบบ IP ที่มิได้อาศัยเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โดยต้องเรียกหากันด้วยเลขหมายพิเศษ เช่น ENUM (E-Numbering) ซึ่งมิได้เป็นมาตรฐานเดียวกับระบบเลขหมายโทรศัพท์บ้านหรือมือถือที่ใช้กัน ทั่วโลก แต่เป็นการกำหนดเลขหมายที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต และการจะใช้โทรศัพท์หรือแอปพลิเคชั่น VoIP บนคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะต้องกระทำผ่านอุปกรณ์ VoIP Gateway

อาจทำให้ผู้อ่านมองว่าเทคโนโลยี VoIP เป็นเสมือนแอปพลิเคชั่น (Application) ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันได้มีความพยายามยกฐานะของ VoIP เป็นทางเลือกสำหรับการใช้งานโทรศัพท์ในอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าการใช้เครือ ข่ายโทรศัพท์แบบมาตรฐาน หรือบางระบบสามารถทำให้โทรหากันได้ฟรีและเมื่อเกิดกระแสการตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในสังโลกมีมากขึ้น ยักษ์ใหญ่ในแวดวงธุรกิจคอมพิวเตอร์เริ่มเห็นแววเจิดจรัสทางธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัท Cisco ก็ก้าวเข้ามาจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง พร้อมผลักดันให้มีการให้บริการ VoIP กันอย่างจริงจัง รวมถึงความพยายามผลักดันการใช้เครือข่ายโทรศัพท์ที่มีมาแต่เดิม ให้เปลี่ยนมาเป็นการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง เริ่มก้าวเข้ามาหยิบจับเทคโนโลยี VoIP อย่างจริงจัง และแน่นอนได้มีการพัฒนาโทรศัพท์ VoIP เป็นเครื่องโทรศัพท์บ้านโดยไม่ต้องต่อผ่านคอมพิวเตอร์อีกด้วย โดยเสียบเข้าสาย LAN แทนสายโทรศัพท์แบบเดิมซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมเทคโนโลยีการสนทนาของมนุษย์ใน เร็ววันนี้

ส่วนสถานการณ์การตอบรับเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทย มีมาพร้อมๆ กับการเปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวในระดับโลก ด้วยการที่ บมจ. ทีโอที (องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในขณะนั้น) เปิดให้บริการโทรศัพท์ราคาประหยัดผ่านเครือข่าย VoIP แทนที่จะใช้เครือข่ายโทรคมนาคมที่มีพื้นฐานข้อมูลแบบ PCM ซึ่งมีต้นทุนในการลงทุนและบำรุงรักษาแพงกว่าการใช้เครือข่าย IP ทำให้ บมจ. ทีโอที สามารถเปิดให้บริการ “Y-tel 1234” ที่คิดค่าบริการโทรทางไกลภายในประเทศในอัตราที่ต่ำกว่าใช้โทรศัพท์ตามปกติ เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคมรายอื่นในประเทศ โดยเฉพาะค่าย TRUE หันมาให้ความสนใจลงทุนเพื่อเปิดให้บริการ VoIP บ้าง และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี VoIP ในประเทศไทยอย่างจริงจัง

สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เทคโนโลยี VoIP เริ่มร้อนแรงขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย นั่นคือการอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการ VOIP ของ กทช. ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการโทรศัพท์ที่มีราคาถูกมากๆ ยกเลิกการผูกขาดบริการโทรศัพท์แบบเดิมที่มีราคาแพงและมีการกำหนดมาตรฐาน ประกันคุณภาพขั้นต่ำเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน

จากความพยายามของบรรดาบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารทั่วโลก ที่เข้าใจปัญหาของ VoIP ในเรื่องคุณภาพของเสียงที่ขึ้นอยู่กับสภาพของเครือข่าย รวมถึงข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ VoIP เข้ากับระบบโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ แรงผลักดันจากผู้ผลิตเทคโนโลยีที่ชูประเด็นความได้เปรียบของเทคโนโลยี VoIP ในเรื่องของต้นทุนที่ประหยัดกว่าในการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม แบบเดิมและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประชาชน ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี VoIP จากวงการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวงการโทรคมนาคม

และสิ่งที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการผลักดันให้ มีการเปิดให้บริการอุปกรณ์ SIP (Session Initiate Protocol) Server ขึ้นทั่วโลก โดย SIP Server ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการหาเส้นทางในการลำเลียงก้อน ข้อมูล VoIP จากเครื่องโทรศัพท์ VoIP เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง ผ่านเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนที่จะปล่อยให้ก้อนข้อมูลเสียงแบบ VoIP เคลื่อนที่ไปโดยยถากรรม จะทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่สนทนาที่ใช้ โทรศัพท์แบบ VoIP หรือโปรแกรม VoIP บนเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความพึงพอใจในการใช้บริการมากกว่าบริการ VoIP แบบเดิมๆ ที่เป็นอยู่ 

ในความเป็นจริงแล้ว เราจะพบเห็นการจัดตั้ง SIP Server กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยบรรดา SIP Server เหล่านี้จะติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนปรับปรุงฐานข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ VoIP ซึ่งในที่ปัจจุบันมีการเรียกชื่อใหม่ว่า SIP Phone เพื่อให้สามารถติดต่อข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ SIP Phone ที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งในที่นี้ใช้มาตรฐานเลขหมาย ENUM ได้ จะได้หาเส้นทางการลำเลียงก้อนข้อมูล VoIP ไปยังโทรศัพท์ SIP Phone ปลายทางได้อย่างถูกต้อง

แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ สำหรับโลกของ SIP Phone ซึ่งเป็นพัฒนาขั้นที่สองของ VoIP จะกลายเป็นโลกของการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีพรมแดนมาขวาง กั้น ไม่มีเส้นแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ เพื่อจำกัดพื้นที่การใช้งาน และกำหนดอัตราการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการโทรในพื้นที่เดียวกัน การโทรทางไกลในประเทศ หรือการโทรศัพท์ระหว่างประเทศอีก เนื่องจากโทรศัพท์ SIP Phone ทั้งหมดเชื่อมต่ออยู่กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านทางคู่สาย ADSL เข้าสู่เกตเวย์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider) ในท้องถิ่นก็ดี หรือจะเป็นการใช้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากองค์กร สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ตสาธารณะก็ตาม ผู้ใช้งานทุกคนมีอิสระเสรีที่จะกำหนดให้โทรศัพท์ SIP Phone หรือแม้กระทั่งการใช้แอปพลิเคชั่น SIP Phone ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดต่อกับ SIP Server ตัวใดๆ ในโลกก็ได้ ไม่จำเป็นผู้ที่ซื้อ SIP Phone ไว้ใช้งานในประเทศฮ่องกงจะต้องรับบริการหาเส้นทางและรับประกันคุณภาพการโทร จาก SIP Server ในประเทศฮ่องกงเอง บางคนอาจเลือกใช้ SIP Server ที่อยู่ในออสเตรเลีย ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจใช้ SIP Server ในสหรัฐอเมริกาก็ได้

การใช้บริการ SIP Phone นั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมหรือจัดการของผู้ประกอบการเครือข่ายโทรคมนาคม หรือแม้กระทั่งผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของนานาประเทศ ทั้งนี้เพราะ SIP Phone ก็คือบริการอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เหมือนๆ กับการแพร่ระบาดของเทคโนโลยี Instant ต่าง ๆ เช่น ICQ, Web Board หรือการรับชมภาพยนตร์แบบ Streaming ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมีสิทธิ์จะติดต่อผ่านทางเว็บไซด์ที่ให้บริการได้ โดยไม่ต้องขอคำอนุญาตจากใคร หากจะมีการจำกัดควบคุมสิทธิ โดยแลกกับค่าสมาชิกก็จะเป็นเรื่องของผู้ให้บริการเว็บไซด์เหล่านั้น มิใช่หน้าที่ของผู้ให้บริการ ISP หรือผู้กำกับดูแลใดๆ ทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจะโทรติดต่อกันเองภายในกลุ่มผู้ใช้บริการ SIP Phone แล้ว ผู้ประกอบการ SIP Server บางรายก็อาจลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ VoIP Gateway เพิ่มเติม โดยมีการตกลงกันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ภายในประเทศของตนหรืออาจจะเป็น ประเทศใดๆ ก็ได้ ในการที่จะขอส่งสัญญาณเสียงสนทนาที่เคยอยู่ในรูปของก้อนข้อมูล IP ในโลกของ SIP Phone บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แปลงกลับเป็นสัญญาณเสียงแบบ PCM เพื่อส่งไปยังโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งการเชื่อมอุปกรณ์ VoIP Gateway นั้นจะเชื่อมกับเครือข่ายโทรศัพท์รายใดก็ได้ ขอให้เพียงให้เชื่อมได้ เท่านี้ก็จะสามารถใช้ความสามารถของเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ๆ นำพาเสียงพูดสนทนาไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ปลายทางได้ โดยอาศัยกลไกการทำงานปกติของระบบโทรศัพท์ทั่วไป แน่นอนว่าบริการในลักษณะนี้มักได้รับการกำหนดเป็น “บริการเสริมพิเศษ” ที่เจ้าของ SIP Server นั้น ๆ มีสิทธิ์คิดค่าบริการจากผู้ใช้บริการ SIP Phone ซึ่งเชื่อได้ว่าเมื่อเทียบมูลค่ากับอัตราค่าบริการโทรศัพท์ต่างประเทศผ่าน เครือข่ายโทรศัพท์ตามปกติแล้ว ย่อมต้องถูกกว่ามากๆ เช่น เจ้าของ SIP Server คิดค่าบริการ 1 เหรียญสหรัฐต่อเดือน จะโทรไปหา SIP Phone เบอร์ใดก็ได้ และหากต้องการใช้ SIP Phone ของตนเองโทรหาโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ประกอบการ SIP Server ก็อาจจะมีแพ็กเกจการให้บริการโทรเข้าสู่เครือข่ายโทรศัพท์ โดยคิดค่าบริการสำหรับการใช้ VoIP Gateway ของเขา อาจเป็นการคิดเหมาจ่ายรายเดือน หรือมิฉะนั้นก็กำหนดอัตราการโทรให้ชัดเจนสำหรับคิดเงินตามการใช้งานแต่ละ ครั้ง เช่น โทรจาก SIP Phone ไปเลขหมายโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา คิดนาทีละ 25 สตางค์ หรือโทรไปเชียงใหม่ คิดนาที 2 สตางค์ เป็นต้น

บริการ VoIP ที่ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็น SIP Phone นั้น กำลังแย่งชิงกลุ่มลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อน ที่ แม้จะยังไม่มีเรื่องของ VoIP Gateway เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การใช้ SIP Phone โทรหากันเองได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการ หรือจ่ายแต่เพียงน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้บริการโทรศัพท์ ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มหนึ่ง “ลด” ปริมาณการใช้โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปพอสมควร ยิ่งเมื่อมีบริการเสริมแบบ VoIP Gateway ที่ผู้ประกอบการ SIP Server อาจจับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่าย โทรคมนาคมแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก เช่น AT&T จากสหรัฐอเมริกา, Telstar จากออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งมีต้นทุนค่ารับส่งสัญญาณเสียงสนทนา (โดยทั่วไปเรียกว่า traffic) ถูกมากๆ อยู่แล้ว ก็จะทำให้ผู้ให้บริการ SIP Server กำหนดราคาค่าโทรไปยังเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานได้ในราคาที่ถูกกว่าการใช้ โทรศัพท์พื้นฐานโทรระหว่างประเทศเสียอีก

จุดด้อยของวีโอไอพีก็คือ ในบางกรณีคุณภาพเสียงอาจจะไม่ดีเท่าโทรศัพท์ปกติ และอาจจะมีการดีเลย์หรือการที่สัญญาณเสียงเดินทางมาช้า ทำให้พูดสวนกันไม่ได้ถนัด ต้องรอให้แต่ละฝ่ายพูดให้จบก่อนจึงจะพูดได้ แต่ปัญหานี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนแทบจะไม่มีความแตกต่าง อีกต่อไป ข้อเสียอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ โทรศัพท์วีโอไอพี จะใช้งานไม่ได้เมื่อไฟฟ้าดับ หรืออินเทอร์เน็ตเกิดขัดข้อง
นอกจากนั้น ถ้าโครงข่ายไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ มีการขยายครอบคลุมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ ที่สามารถใช้วีโอไอพีได้ จะมีความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาโครงข่ายและการนำบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน เข้าสู่ท้องถิ่นทุรกันดาร (Last mile Connection) เพื่อเปิดโอกาสประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารเข้าถึงบริการโทรคมนาคมและสนับ สนุนการพัฒนาบ้านเมืองในทุกด้านต่อไป 

ที่มา ผู้จัดการ online

Categories: iT

ความรู้เกี่ยวกับ เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell)

October 15, 2010 Leave a comment

เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell)

เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เป็นสิ่งประดิษฐ์กรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอน ซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนพื้นโลกมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ และทันทีที่แสงตกกระทบบนแผ่นเซลล์ รังสีของแสงที่มีัอนุภาคของพลังงานประกอบที่เรียกว่า โฟตอน (Proton) จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอน (Electron) ในสารกึ่งตัวนำจนมีพลังงานมากพอที่จะกระโดดออกมาจากแรงดึงดูดของอะตอม (atom) และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ดังนั้นเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจรจะทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสตรงขึ้น เมื่อพิจารณาลักษณะการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์พบว่า เซลล์แสงอาทิตย์จะมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งสอดคล้องและเหมาะสมในการนำเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน

การผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์มีจุดเด่นที่สำคัญ แตกต่างจากวิธีอื่นหลายประการ ดังต่อไปนี้

  1.  
    1. ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในขณะใช้งาน จึงทำให้ไม่มีมลภาวะทางเสียง
    2. ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจากขบวนการผลิตไฟฟ้า
    3. มีการบำรุงรักษาน้อยมากและใช้งานแบบอัตโนมัติได้ง่าย
    4. ประสิทธิภาพคงที่ไม่ขึ้นกับขนาด
    5. สามารถผลิตเป็นแผงขนาดต่างๆ ได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตได้ปริมาณมาก
    6. ผลิตไฟฟ้าได้แม้มีแสงแดดอ่อนหรือมีเมฆ
    7. เป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้มาฟรีและมีไม่สิ้นสุด
    8. ผลิตไฟฟ้าได้ทุกมุมโลกแม้บนเกาะเล็กๆ กลางทะเล บนยอดเขาสูง และในอวกาศ

ได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงซึ่งเป็นพลังงานที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด

ดังนั้น ไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์จึงเป็นความหวังของคนทั่วโลก ในศตวรรษที่ 21 ที่จะมาถึงในอีกไม่นาน

ประวัติความเป็นมาของเซลล์แสงอาทิตย์

เซลล์แสงอาทิตย์ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1954 (พ.ศ. 2497) โดย แชปปิน (Chapin) ฟูลเลอร์ (Fuller) และเพียสัน (Pearson) แห่งเบลล์เทลเลโฟน (Bell Telephon) โดยทั้ง 3 ท่านนี้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการสร้างรอยต่อ พี-เอ็น (P-N) แบบใหม่ โดยวิธีการแพร่สารเข้าไปในผลึกของซิลิกอน จนได้เซลล์แสงอาทิตย์อันแรกของโลก ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 6% ซึ่งปัจจุบันนี้เซลล์แสงอาทิตย์ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนมีประสิทธิภาพสูงกว่า 15% แล้ว ในระยะแรกเซลล์แสงอาทิตย์ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับโครงการด้านอวกาศ ดาวเทียมหรือยานอวกาศที่ส่งจากพื้นโลกไปโคจรในอวกาศ ก็ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังไฟฟ้า ต่อมาจึงได้มีการนำเอาแผงเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้บนพื้นโลกเช่นในปัจจุบันนี้ เซลล์แสงอาทิตย์ในยุคแรกๆ ส่วนใหญ่จะมีสีเทาดำ แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาให้เซลล์แสงอาทิตย์มีสีต่างๆ กันไป เช่น แดง น้ำเงิน เขียว ทอง เป็นต้น เพื่อความสวยงาม

ประเภทของ ” เซลล์แสงอาทิตย์ ”

เซลล์แสงอาทิตย์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน  จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. กลุ่ม เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน จะแบ่งตามลักษณะของผลึกที่เกิดขึ้น คือ แบบที่เป็น รูปผลึก ( Crystal ) และแบบที่ไม่เป็นรูปผลึก (Amorphous) แบบที่เป็นรูปผลึก จะแบ่งออกเป็น2 ชนิด คือ ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน ( Single Crystalline Silicon Solar Cell) และ ชนิดผลึกรวมซิลิคอน ( Poly Crystalline Silicon Solar Cell) แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก คือ ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน ( Amorphous Silicon Solar Cell)

เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน

 

2. กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารประกอบที่ไม่ใช่ซิลิคอน ซึ่งประเภทนี้ จะเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 25% ขึ้นไป แต่มีราคาสูงมาก ไม่นิยมนำมาใช้บนพื้นโลก จึงใช้งานสำหรับดาวเทียมและระบบรวมแสงเป็นส่วนใหญ่ แต่การพัฒนาขบวนการผลิตสมัยใหม่จะทำให้มีราคาถูกลง และนำมาใช้มากขึ้นในอนาคต ( ปัจจุบันนำมาใช้เพียง 7 % ของปริมาณที่มีใช้ทั้งหมด )

แบบผลึกเดี่ยว
( Single Crystal )
แบบผลึกรวม
( Poly Crystal )
แบบอะมอร์ฟัส
( Amorphous )

 

ส่วนประกอบของเซลล์แสงอาทิตย์

แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจากเซลล์แสงอาทิตย์เพียงเซลล์เดียวจะมีค่าต่ำมาก การนำมาใช้งานจะต้องนำเซลล์หลาย ๆ เซลล์ มาต่อกันแบบอนุกรมเพื่อเพิ่มค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้สูงขึ้น เซลล์ที่นำมาต่อกันในจำนวนและขนาดที่เหมาะสมเรียกว่า แผงเซลล์แสง อาทิตย์ (Solar Module หรือ Solar Panel)

การทำเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นแผงก็เพื่อความสะดวกในการนำไปใช้งาน ด้านหน้าของแผงเซลล์ ประกอบด้วย แผ่นกระจกที่ มีส่วนผสมของเหล็กต่ำ ซึ่งมีคุณสมบัติในการยอมให้แสงผ่านได้ดี และยังเป็นเกราะป้องกันแผ่นเซลล์อีกด้วย แผงเซลล์จะต้องมีการ ป้องกันความชื้นที่ดีมาก เพราะจะต้องอยู่กลางแดดกลางฝนเป็นเวลายาวนาน ในการประกอบจะต้องใช้วัสดุที่มีความคงทนและป้อง กันความชื้นที่ดี เช่น ซิลิโคนและ อีวีเอ (Ethelele Vinyl Acetate) เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันแผ่นกระจกด้านบนของแผงเซลล์ จึง ต้องมีการทำกรอบด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรง แต่บางครั้งก็ไม่มีความจำเป็น ถ้ามีการเสริมความแข็งแรงของแผ่นกระจกให้เพียงพอ ซึ่งก็สามารถทดแทนการทำกรอบได้เช่นกัน ดังนั้นแผงเซลล์จึงมีลักษณะเป็นแผ่นเรียบ (laminate) ซึ่งสะดวกในการติดตั้ง

ขบวนการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

วัสดุที่ใช้ทำเซลล์แสงอาทิตย์

วัสดุสำคัญที่ใช้ทำเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ใช้มากที่สุดในปัจจุบันได้แก่ สารซิลิคอน (Si) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ทำชิพในคอมพิวเตอร์และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซิลิคอนเป็นสารซึ่งไม่เป็นพิษ มีการนำมาผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะมีราคาถูก คงทน และเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีวัสดุชนิดอื่นที่สามารถนำมาผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ได้ เช่น แกลเลียมอาเซไนด์ CIS และ แคดเมียมเทลเลอไรด์ แต่ยังมีราคาสูง และบางชนิดยังไม่มีการพิสูจน์เรื่องอายุการใช้งานว่าสามารถใช้งานได้นาน

ข้อเสียของ Si : การทำให้บริสุทธิ์และอยู่ในรูปสารที่พร้อมจะทำเซลล์ฯ มีราคาแพง และ แตกหักง่ายในขบวนการผลิต

ขั้นตอนการผลิตสารซิลิคอนบริสุทธิ์

1) การผลิต MG-Si จากหินควอทไซต์หรือทราย
           SiO2+ 2C —-> Si + 2CO (ปฏิกิริยาภายในเตาหลอม)
                   ความบริสุทธิของ Si 98 – 99%
2) การผลิต SeG-Si จาก MG-Si
           2.1) เปลี่ยนสถานะ Si เป็นแก๊ส โดยวิธี Fractional Distillation
                   Si + 3 HCl ——-> SiHCl3+ H2
           
2.2) SiHCl3 ทำปฏิกริยากับ H2 ได้ Si บริสุทธิ์ 99.999%
                  SiHCl3 + H2 ——-> Si + HCl
                  เป็นการทำ Si ให้บริสุทธิ์ ขั้นตอนนี้ได้ Polycrystal

ขบวนการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ แบบผลึกเดี่ยว ( Single Crystalline )

การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ แบบผลึกเดี่ยว ( Single Crystalline ) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mono-Crystalline
การเตรียมสารซิลิคอนชนิดนี้ เริ่มต้นจากนำสารซิลิคอนซึ่งผ่านการทำให้เป็นก้อนที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก (99.999%) มาหลอมละลายในเตา Induction Furnace ที่อุณหภูมิสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส เพื่อทำการสร้างแท่งผลึกเดี่ยวขนาดใหญ่ (เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว) พร้อมกับใส่สารเจือปน Boron เพื่อทำให้เกิด P-type แล้วทำให้เกิดการเย็นตัวจับตัวกันเป็นผลึกด้วย Seed ซึ่งจะตกผลึกมีขนาดหน้าตัดใหญ่ แล้วค่อยๆ ดึงแท่งผลึกนี้ขึ้นจากเตาหลอม ด้วยเทคโนโลยีการดึงผลึก จะได้แท่งผลึกยาวเป็นรูปทรงกระบอก คุณภาพของผลึกเดี่ยวจะสำคัญมากต่อคุณสมบัติของเซลล์แสงอาทิตย์ จากนั้นนำแท่งผลึกมาตัดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ด้วยลวดตัดเพชร (Wire Cut) เรียกว่า เวเฟอร์ ซึ่งจะได้แผ่นผลึกมีความหนาประมาณ 300 ไมโครเมตร และขัดความเรียบของผิว จาก นั้นก็จะนำไปเจือสารที่จำเป็นในการทำให้เกิดเป็น p-n junction ขึ้นบนแผ่นเวเฟอร์ ด้วยวิธีการ Diffusion ที่อุณหภูมิระดับ 1,000 องศาเซลเซียสจากนั้นนำไปทำขั้วไฟฟ้าเพื่อนำกระแสไฟออกใช้ ที่ผิวบนจะเป็นขั้วลบ ส่วนผิวล่างเป็นขั้วบวก ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการเคลือบฟิลม์ผิวหน้าเพื่อป้องกันการสะท้อนแสงให้น้อยที่สุด ตอนนี้จะได้เซลล์ที่พร้อมใช้งาน หลังจากนั้นก็นำไปประกอบเข้าแผงโดยใช้กระจกเป็นเกราะป้องกันแผ่นเซลล์ และใช้ซิลิโคน และ อีวีเอ (Ethelele Vinyl Acetate) ช่วยป้องกันความชื้น ในการใช้งานจริง เราจะนำเซลล์แต่ละเซลล์มาต่ออนุกรมกันเพื่อเพิ่มแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้ได้ตามต้องการ

ขบวนการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ แบบผลึกรวม ( Poly Crystalline )

การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ แบบผลึกรวม ( Poly Crystalline )
การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์โดยวิธีนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าวิธีแรก คือการทำแผ่นเซลล์ จะใช้วิธีการหลอมสารซิลิคอนให้ละลายพร้อมกับใส่สารเจือปน Boron เพื่อทำให้เกิด P-type แล้วเทลงในแบบพิมพ์ เมื่อสารละลายซิลิคอนแข็งตัวก็จะได้เป็นแท่งซิลิคอนแบบผลึกรวม ( ตกผลึกไม่พร้อมกัน ) จากนั้นนำไปตัดเป็นแผ่นเช่นเดียวกับแบบผลึกเดี่ยว ความแตกต่างระหว่างแบบผลึกเดี่ยวและแบบผลึกรวมสังเกตได้จากผิวผลึก ถ้ามีโทนสีที่แตกต่างกันซึ่งเกิดจากผลึกเล็กq หลายผลึกในแผ่นเซลล์จะเป็นแบบผลึกรวม ในขณะที่แบบผลึกเดี่ยวจะเห็นเป็นผลึกเนื้อเดียว คือ มีสีเดียวตลอดทั้งแผ่น ส่วนกรรมวิธีการผลิตเซลล์ที่เหลือจะเหมือนกัน เซลล์แสงอาทิตย์แบบผลึกรวม (Poly Crystalline) จะให้ประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบผลึกเดี่ยว ประมาณ 2-3 % อย่างไรก็ตามเซลล์ทั้ง 2 ชนิด มีข้อเสียในการผลิต คือ แตกหักง่ายเช่นกัน

หลักการทำงาน ” เซลล์แสงอาทิตย์

การทำงานของเซลล์แสงอาทิตย์ เป็นขบวนการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นกระแสไฟฟ้าได้โดยตรง โดยเมื่อแสงซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและมีพลังงานกระทบกับสารกึ่งตัวนำ จะเกิดการถ่ายทอดพลังงานระหว่างกัน พลังงานจากแสงจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า (อิเลคตรอน) ขึ้นในสารกึ่งตัวนำ จึงสามารถต่อกระแสไฟฟ้าดังกล่าวไปใช้งานได้ (ตามรูป)

1. n – type ซิลิคอน ซึ่งอยู่ด้านหน้าของเซลล์ คือ สารกึ่งตัวนำที่ได้การโดปปิ้งด้วยสารฟอสฟอรัส มีคุณสมบัติเป็นตัวให้อิเล็กตรอนเมื่อรับพลังงานจากแสงอาทิตย์
p – type ซิลิคอน คือสารกึ่งตัวนำที่ได้การโดปปิ้งด้วยสารโบรอน ทำให้โครงสร้างของอะตอมสูญเสียอิเล็กตรอน (โฮล) เมื่อรับพลังงาน จากแสงอาทิตย์จะทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอน เมื่อนำซิลิคอนทั้ง 2 ชนิด มาประกบต่อกันด้วย p – n junction จึงทำให้เกิดเป็น ” เซลล์แสงอาทิตย์ ” ในสภาวะที่ยังไม่มีแสงแดด n – type ซิลิคอนซึ่งอยู่ด้านหน้าของเซลล์ ส่วนประกอบส่วนใหญ่พร้อมจะให้อิเล็กตรอน แต่ก็ยังมีโฮลปะปนอยู่บ้างเล็กน้อย ด้านหน้าของ n – type จะมีแถบโลหะเรียกว่า Front Electrode ทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอน ส่วน p – type ซิลิคอนซึ่งอยู่ด้านหลังของเซลล ์ โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นโฮล แต่ยังคงมีอิเล็กตรอนปะปนบ้างเล็กน้อย ด้านหลังของ p – type ซิลิคอนจะมีแถบโลหะเรียกว่า Back Electrode ทำหน้าที่เป็นตัวรวบรวมโฮล

2. เมื่อมีแสงอาทิตย์ตกกระทบ แสงอาทิตย์จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอนและโฮล ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว เมื่อพลังสูงพอทั้งอิเล็กตรอนและโฮลจะวิ่งเข้าหาเพื่อจับคู่กัน อิเล็กตรอนจะวิ่งไปยังชั้น n – type และโฮลจะวิ่งไปยังชั้น p type

3. อิเล็กตรอนวิ่งไปรวมกันที่ Front Electrode และโฮลวิ่งไปรวมกันที่ Back Electrode เมื่อมีการต่อวงจรไฟฟ้าจาก Front Electrode และ Back Elec trode ให้ครบวงจร ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เนื่องจากทั้งอิเล็กตรอนและโฮลจะวิ่งเพื่อจับคู่กัน

การผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ คือ

การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระ (PV Stand alone system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานในพื้นที่ชนบทที่ไม่มีระบบสายส่งไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับแบบอิสระ

การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบต่อกับระบบจำหน่าย (PV Grid connected system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับผลิตไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ เข้าสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าโดยตรง ใช้ผลิตไฟฟ้าในเขตเมือง หรือพื้นที่ที่มีระบบจำหน่ายไฟฟ้าเข้าถึง อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับชนิดต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้า

การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบผสมผสาน (PV Hybrid system)
เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับทำงานร่วมกับอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และเครื่องยนต์ดีเซล ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น โดยรูปแบบระบบจะขึ้นอยู่กับการออกแบบตามวัตถุประสงค์โครงการเป็นกรณีเฉพาะ

คุณสมบัติและตัวแปรที่สำคัญของเซลล์แสงอาทิตย์

ตัวแปรที่สำคัญที่มีส่วนทำให้เซลล์แสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละพื้นที่ต่างกัน และมีความสำคัญในการพิจารณานำไปใช้ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการนำไปคำนวณระบบหรือคำนวณจำนวนแผงแสงอาทิตย์ที่ต้องใช้ในแต่ละพื้นที่ มีดังนี้

1. ความเข้มของแสง

กระแสไฟ (Current) จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข้มของแสง หมายความว่าเมื่อความเข้มของแสงสูง กระแสที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ก็จะสูงขึ้น ในขณะที่แรงดันไฟฟ้าหรือโวลต์แทบจะไม่แปรไปตามความเข้มของแสงมากนัก ความเข้มของแสงที่ใช้วัดเป็นมาตรฐานคือ ความเข้มของแสงที่วัดบนพื้นโลกในสภาพอากาศปลอดโปร่ง ปราศจากเมฆหมอกและวัดที่ระดับน้ำทะเลในสภาพที่แสงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลก ซึ่งความเข้ม ของแสงจะมีค่าเท่ากับ 100 mW ต่อ ตร.ซม. หรือ 1,000 W ต่อ ตร.เมตร ซึ่งมีค่าเท่ากับ AM 1.5 (Air Mass 1.5) และถ้าแสงอาทิตย์ทำมุม 60 องศากับพื้นโลกความเข้มของแสง จะมีค่าเท่ากับประมาณ 75 mW ต่อ ตร.ซม. หรือ 750 W ต่อ ตร.เมตร ซึ่งมีค่าเท่ากับ AM2 กรณีของแผงเซลล์แสงอาทิตย์นั้นจะใช้ค่า AM 1.5 เป็นมาตรฐานในการวัดประสิทธิภาพของแผง

2. อุณหภูมิ

กระแสไฟ (Current) จะไม่แปรตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่แรงดันไฟฟ้า (โวลท์) จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วทุกๆ 1 องศาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้แรงดันไฟฟ้าลดลง 0.5% และในกรณีของแผงเซลล์แสงอาทิตย์มาตรฐานที่ใช้กำหนดประสิทธิภาพของแผงแสงอาทิตย์คือ ณ อุณหภูมิ 25 องศา C เช่น กำหนดไว้ว่าแผงแสงอาทิตย์มีแรงดันไฟฟ้าที่วงจรเปิด (Open Circuit Voltage หรือ V oc) ที่ 21 V ณ อุณหภูมิ 25 องศา C ก็จะหมายความว่า แรงดันไฟฟ้าที่จะได้จากแผงแสงอาทิตย์ เมื่อยังไม่ได้ต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ณ อุณหภูมิ 25 องศา C จะเท่ากับ 21 V ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศา C เช่น อุณหภูมิ 30 องศา C จะทำให้แรงดันไฟฟ้าของแผงแสงอาทิตย์ลดลง 2.5% (0.5% x 5 องศา C) นั่นคือ แรงดันของแผงแสงอาทิตย์ที่ V oc จะลดลง 0.525 V (21 V x 2.5%) เหลือเพียง 20.475 V (21V – 0.525V) สรุปได้ว่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แรงดันไฟฟ้าก็จะลดลง ซึ่งมีผลทำให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดของแผงแสงอาทิตย์ลดลงด้วย

จากข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ก่อนที่ผู้ใช้จะเลือกใช้แผงแสงอาทิตย์ จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของแผงที่ระบุไว้ในแผงแต่ละชนิดด้วยว่า ใช้มาตรฐานอะไร หรือมาตรฐานที่ใช้วัดแตกต่างกันหรือไม่ เช่นแผงชนิดหนึ่งระบุว่า ให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ 80 วัตต์ ที่ความเข้มแสง 1,200 W ต่อ ตร.เมตร ณ อุณหภูมิ 20 องศา C ขณะที่อีกชนิดหนึ่งระบุว่า ให้กำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ 75 วัตต์ ที่ความเข้มแสง 1,000 W ต่อ ตร.เมตร และอุณหภูมิมาตรฐาน 25 องศา C แล้ว จะพบว่าแผงที่ระบุว่าให้กำลังไฟฟ้า 80 W จะให้กำลังไฟฟ้าต่ำกว่า จากสาเหตุดังกล่าว ผู้ที่จะใช้แผงจึงต้องคำนึงถึงข้อกำหนดเหล่านี้ในการเลือกใช้แผงแต่ละชนิดด้วย

From : http://www.egat.co.th